วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “ตาเข” กันค่ะ

ตาเข หรือตาเหล่ คือแนวทิศทางของลูกตาที่ผิดปกติ หรือตาทั้งสองข้างไม่ได้อยู่ตำแหน่งตรงกลางเมื่อมองตรง พบได้ทั้งตาเขเข้า ตาเขออก ตาเขในแนวตั้ง เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดตาเขนั้นมีหลายอย่าง เช่น การส่งสัญญาณของเส้นประสาทสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อตา ปัญหาค่าสายตา การเพ่งที่ผิดปกติ และอีกหลากหลายสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะตาเข ตาเหล่ได้

ในวันนี้เราจะมากล่าวถึงตาเขประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ตาเขเข้าเทียม (Pseudoesodeviation) ซึ่งเป็นตาเขที่มักพบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กเล็กประเทศแถบเอเชียบ้านเรา เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่ได้อ่านบทความนี้ทำความเข้าใจเพิ่มเติม และคลายความกังวลได้

ตาเขเข้าเทียม คืออะไร?

เด็กบางคนเมื่อมองตรง สังเกตด้วยตาเปล่าแล้ว จะดูเหมือนมีตาเขเข้าใน แต่เมื่อตรวจทางคลินิกจะไม่พบว่ามีภาวะตาเข สาเหตุเนื่องมาจากเด็กเล็กมักมีดั้งจมูกแบน เนื้อบริเวณสันจมูกห่างกันมาก ทำให้เนื้อบริเวณหัวตาเข้าใกล้ตาดำ จนดูเหมือนคล้ายตาเขเข้าใน

วิธีแยกความแตกต่างตาเขจริงและตาเขเทียม ทำได้ง่าย ๆ คือ ใช้ไฟฉายส่องตรงกลางระหว่างตา แล้วสังเกตจุดไฟที่สะท้อนตรงกลางตาดำทั้งสองข้าง หากจุดไฟตกตรงกลางตาดำพอดีในทั้งสองตา แสดงว่าเป็นตาเขเข้าเทียม แต่หากไฟที่ส่อง ตกสะท้อนออกทางด้านหางตาในตาข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่าตาข้างนั้นมีตาเขเข้าใน ส่วนตาอีกข้างที่ไฟตกสะท้อนตรงกลาง คือตาเด่นที่ใช้มองเป็นหลัก หากพบกรณีแบบนี้ แนะนำให้พาลูกน้อยพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินการมองเห็นเพิ่มเติม

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่พบลูกหลานมีลักษณะคล้ายตาเขเข้าเทียมนั้น ไม่ต้องวิตกกังวลไปนะคะ เพราะเมื่อ ร่างกายเติบโตขึ้น สันจมูกจะค่อย ๆ ชัดขึ้น เนื้อระหว่างหัวตาทั้งสองข้างก็จะค่อย ๆ น้อยลงเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางร้านแว่นตาศรีตรังโรงช้าง ม.อ.หาดใหญ่ วัดสายตาตามหลักทัศนมาตร ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง อยากเชิญชวนผู้ปกครองที่มีบุตรหลานมาตรวจวัดสายตาและการมองเห็น อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงวัยก่อน 8-12 ขวบ เป็นช่วงวัยที่พัฒนาการด้านสายตาและการมองเห็นมีการเจริญเติบโต หรือหากพบพฤติกรรมผิดปกติที่เกี่ยวกับการมองเห็น เช่น ชอบหยีตา, เอียงคอเวลามอง, ชอบมองทีวีใกล้ ๆ ฯลฯ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร เพื่อตรวจวัดอย่างละเอียด และติดตามการรักษาต่อไป

Leave a Comment

Your email address will not be published.

Scroll to Top