ประเภทเลนส์สายตา..

เลนส์แว่นสายตาในท้องตลาดมีหลากหลาย สำหรับวันนี้เราจะพูดถึงเลนส์แว่นตาชนิดต่าง ๆ โดยจะแบ่งตามการใช้งาน

เริ่มตั้งแต่ เลนส์แรก เราจะเรียกว่า “เลนส์ชั้นเดียว” (Single vision lens)

เลนส์ชั้นเดียวเป็นเลนส์ทั่วไปสำหรับแก้ไขปัญหาค่าสายตาที่ระยะใดระยะหนึ่ง มีค่าสายตาเดียวสำหรับแก้ไขค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง

สำหรับคนที่สายตาสั้น ภาพที่ตกบนจอตาซึ่งเป็นเสมือนจอรับภาพ ขณะที่มีการมองไกลจุดโฟกัสจะตกก่อนจอรับภาพ ดังนั้นเลนส์ที่ใช้แก้ไขจะเป็นเลนส์ชนิดที่ชื่อว่าเลนส์เว้า มีลักษณะบางตรงกลางและหนาบริเวณขอบเลนส์ มีคุณสมบัติในการกระจายแสง ถ่างแสงออก เพื่อผลักให้จุดโฟกัสตกที่จอรับภาพพอดี ภาพที่เห็นจึงจะคมชัด

สายตายาว แสงที่เข้าตาจะโฟกัสหลังจอรับภาพ เลนส์ที่ใช้แก้ไขคือเลนส์นูน ลักษณะคือตรงกลางหนา ขอบจะบางลง ทำหน้าที่ในการรวมแสง เพื่อดึงจุดโฟกัสให้มาด้านหน้าและตกบนจอรับภาพพอดี

และสายตาเอียง คือกรณีที่ตำแหน่งของจุดโฟกัสมีมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง เกิดจากการที่กระจกตาหรือเลนส์แก้วตามีความโค้งที่ไม่เท่ากันในสองแกน เลนส์ที่ใช้แก้ไขเป็นเลนส์ที่ชื่อว่าเลนส์กาบกล้วยกรือแลนส์ทรงกระบอก เป็นเลนส์ที่มีกำลังในแนวหนึ่งมากกว่า ส่วนใหญ่ในผู้ที่มีสายตาเอียงจะมีสายตาสั้นหรือสายตายาวร่วมด้วย ฉะนั้น ในกรณีที่มีสายตาสั้น+เอียง จะใช้เลนส์กาบกล้วยชนิดเว้า และกรณีสายตายาว+เอียง จะใช้เลนส์กาบกล้วยชนิดนูนในการแก้ไขค่าสายตา

เลนส์ชนิดต่อมาคือ “เลนส์สองชั้น” (Bifocal lens)

เป็นเลนส์ที่มีสองค่าสายตา เพื่อแก้ไขปัญหาค่าสายตาได้สองระยะ เหมาะกับผู้ใหญ่ที่เมื่ออายุล่วงเข้าสู่ 40 ปีขึ้นไปแล้ว จะเกิดภาวะสายตายาวตามวัย เนื่องจากการทำงานของเลนส์ตาที่มีกำลังการเพ่งเมื่อมองใกล้ไม่เพียงพอติ่การใช้งาน ทำให้เมื่อมองระยะใกล้ ๆ เวลาอ่านหนังสือเริ่มไม่คมชัด โดยเลนส์สองชั้น บริเวณส่วนบนของเลนส์จะเป็นบริเวณสำหรับมองไกลและจะมีชิ้นส่วนเล็ก ๆ ด้านล่างไว้สำหรับมองระยะใกล้เมื่อเหลือบตาลง ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบัน เลนส์สองชั้นที่นิยมใช้กันจะมี 2 ดีไซน์ คือแบบ Kryptok bifocal lens คือส่วนที่ใช้มองใกล้จะเป็นวงกลม และอีกแบบคือ Flat top bifocal lens ส่วนที่ใช้มองใกล้เป็นรูปครึ่งวงกลม

เลนส์ชนิดต่อมาคือ Multifocal lens หรือเลนส์โปรเกรสซีพ (Progressive)

เป็นเลนส์อีกชนิดที่เหมาะกับผู้มีภาวะสายตายาวตามวัย สามารถแก้ไขได้ทั้งระยะไกล กลางและใกล้ มีหลายค่าสายตาในเนื้อเลนส์ทำให้ไม่เกิดภาพกระโดดเวลามอง คมชัดทุกระยะ สืบเนื่องจากเลนส์มีหลายค่าสายตาทำให้บริเวณด้านข้างของเลนส์จะบริเวณสูญเสียของเลนส์ มองไม่ชัด เกิดภาพบิดเบือน ลักษณะไหว ๆ หรือ distortion บนเลนส์ ปัจจุบันเลนส์แต่ละแบรนด์ จึงมีการพัฒนาและนำเทคโนโลยี ระบบซอฟแวร์ที่ทันสมัยมาใช้ในการออกแบบโครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีพ เพื่อลดภาพบิดเบือนนี้ให้น้อยที่สุด เพื่อเพิ่มมุมมองในการมองเห็น ภาพที่เห็นจะชัด สบายตาและปรับตัวใช้งานได้ง่ายขึ้น

นอกจากเลนส์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีเลนส์ที่รียกว่า “เลนส์เฉพาะทาง” โดยแต่ละบริษัทเลนส์จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เป็นเลนส์อีกชนิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

เลนส์จะคล้ายกับเลนส์โปรเกรสซีพที่มีหลายค่าสายตาในเนื้อเลนส์ และไม่มีรอยต่อ แต่การใช้งานจะสำหรับระยะกลางและระยะใกล้ เนื่องจากโดยทั่วไป โครงสร้างของโปรเกรสซีพเลนส์ จะมีมุมมองสำหรับมองระยะกลางได้แคบกว่าระยะอื่น สำหรับผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในแต่ละวัน เลนส์เฉพาะทางจะตอบโจทย์ เนื่องจากมุมมองสำหรับระยะกลางหรือระยะคอมพิวเตอร์ และระยะใกล้สำหรับอ่านหนังสือจะกว้างกว่าโปรเกรสซีพทั่วไป และสามารถเลือกเน้นระยะในการใช้งานให้เหมาะกับการใช้งานได้อีกด้วย

เทคโนโลยีในวงการเลนส์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในการเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับผู้ใช้นั้น ต้องพิจารณาจากปัญหาค่าสายตาและการใช้งานของแต่ละท่าน นอกจากนี้เลนส์แว่นตายังมีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ทั้งการโค้ทเคลือบหน้าเลนส์, ค่า index ของเลนส์, เลนส์กันแดด, เลนส์ย้อมสี ฯลฯ ไว้บทความหน้าเราจะมาเล่าขยายความ เพื่อเวลาที่เลือกเลนส์แว่นตา ทุกคนจะได้เลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับตัวเองกันค่ะ

 

Leave a Comment

Your email address will not be published.

Scroll to Top